2005/Oct/20

มาแปะต่อแล้ว สำหรับหนังสือทั้งหมดที่ไปแบกมาจากงานหนังสือคราวนี้ เฮ้อ กว่าจะแปะเสร็จ หาเวบอัพโหลดรูปตั้งนาน เผอิญเป็นรูปจากกล้องอ่ะนะ มันเลยใหญ่ เราก็ย่อไม่เป็นซะด้วยสิพอไปอัพโหลดแล้วได้ขนาดนี้มา เล็กไปหน่อยเนอะ แต่ถ้าเอาขนาดเต็ม มันใหญ่เกิน ไม่เห็นชื่อเรื่องไม่เป็นไร เดี๋ยวเขียนไว้ให้

แจ่มใส

1. หัวใจลับฟ้าที่คาปรี

2. ทั้งหมดของหัวใจคือเธอ

3. รอยใจในม่านฝน

4. ไอดินกลิ่นรัก

5. คือทุกสิ่งเพื่อเธอ เล่ม 1-2

บูธนี้หมดไป 805 บาท ได้ที่รองเม้าส์แถมมาอันนึง กว่าจะไปเบียดคว้า 6 เล่มนี้มาได้ แทบตาย

สถาพร/ปริ๊นเซส

1. ลิขิตแห่งรัก ซึ่งกันและกัน

2. เล่ห์รัก กับดักร้าย

3. ไอหมอก ขุนเขา เรามีรัก

4. ลำนำแห่งห้วงธารา

5. นาคราชา เล่ม 1-2

6. อัลเซลมา

บูธนี้ 1300 รวมแก้วบารามอสอีกสองใบด้วย ได้แถมเสื้อแซซมา 1 ตัว อ้อ ยังมีจูเลียตสีเงินอีกเล่มนึง ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเพื่อน ตอนนี้ให้ไปแล้ว เลยไม่มีในกองนี้รอมันอ่านจบแล้วเราก็จะยืมมันมาอ่าน

สำนักพิมพ์อื่นๆ

1. ฯพณฯ แห่งกาลเวลา

2. Lady of The Sea รักนี้ข้ามกาลเวลา (สีม่วงอ่อน) นิยายรักที่ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ อ่านจบตั้งกะอยู่ในเนตแล้ว ออกเป็นหนังสือก็ยังซื้อเก็บ ซื้อมาอ่านอีก ก็ชอบมากไง

3. นายแสบ 405 VS ยัยซ่า 406 (1168 พับลิชชิ่ง)

4. ดาร์เรน แชน เล่ม 7 ตอน นักล่าแห่งสนธยา

5. Princess Diary เล่มใหม่

6. เดอะ ไวท์ โรด ภาค 2 เล่ม 4

กองนี้ขาดไปเล่มนึง คือ เรื่องของประกายแก้ว ที่ออกรายการสรยุทธ์อ่ะ แม่ให้ซื้อมา และตอนนี้แม่ก็ให้ป้ายืมไป

หนังสือเรียน

หนังสือเตรียมสอบเข้า ม.4 ทั้งนั้นอ่ะ

รวมหนังสือทั้งหมดที่ซื้อมา

รวมหมดไปทั้งหมด ประมาณ 4000 กว่าบาทได้ จบงานนี้ กระเป๋าแห้งไปอีกนาน

สังเกต รู้สึกคราวนี้จะมีแต่นิยายรักทั้งนั้นเลยอ่ะ เหอๆ อ่ะนะ ก็ตอนนี้กำลังบ้าอ่านนิยายรักอ่ะ แต่นิยายแนวอื่นก็ยังอ่านนะ แค่พักนี้จะอ่านนิยายรักมาเป็นพิเศษเท่านั้นเอง มากกว่านิยายแนวอื่นด้วย

ยังมีที่อยากได้อีก แต่ไม่มีตังซื้อ เยอะมากด้วย คงเยอะกว่าที่เราได้ซื้อมาอีกด้วยมั้ง เหอๆ อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรมั่ง ก็ย้อนไปดูบลอคเก่านะ รายชื่อหนังสือที่อยากได้น่ะ รู้สึกที่เขียนในนั้นจะยังไม่หมดด้วย มีที่อยากได้เพิ่มอีก แต่ไม่ได้เขียนลงอันนั้นก็มี

เฮ้อ อัพเสร็จแล้วก็ไปล่ะ เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยตรงหาเวบอัพโหลดรูปนี่แหละ เดี๋ยวต้องเอา photoshop มาลงและ จะได้ย่อรูปได้

2005/Oct/19

ตามหัวข้อ วันนี้มาเขียนบลอคสรุปงานมหกรรมหนังสือ 2005 ครั้งนี้เราไปทั้งหมด 3 วัน

วันที่ 7 ต.ค. วันนี้ที่ ร.ร.ประกาศผลสอบคะแนนมันห่วยมาก อย่าไปพูดมันถึงมันเลยนะเอาผลสอบตอนเช้า แล้วกะว่าจะไปงานต่อเลย แต่ก็มัวอ้อยอิ่ง เล่นหมากรุกกับนั่งแก้ฟิคกันอยู่ จนสุดท้ายกว่าจะถึงงานก็ปาเข้าไป 11 โมง ถ้ารีบไปแต่แรกก็ถึงงานตั้งแต่งานเปิดแล้ว พอไปถึงงาน ก็ไปเอาแผนผังงานก่อน แล้วบูธแรกที่เราเข้าไปก็คือ แจ่มใส พอเห็นคนที่บูธแล้วก็ตั้งกลับมาตั้งหลักก่อน ทำไมคนมันเยอะงี้ฟระ วันธรรมดาแถมตอนเช้าด้วยนะ คนแบบว่าเยอะโคตรอ่ะ เลยออกไปดูบูธอื่นก่อน ก็เลยไปบูธสถาพร คนไม่เยอะมากเท่าไหร่ เบียดเข้าไปได้ก็ไปคว้าหนังสือที่บูธนี้หมดไป 1300 ได้เสื้อแซซมา 1 ตัว แล้วก็ออกมาเจอกับปาร์ค แนท แล้วก็พี่บิ้ว นัดกันไว้ ส่วนเพื่อนที่มางานกับเราตอนเช้าก็แยกกันไปเดิน เดี๋ยวจะมัวมาติดแหงกกับเรา จากนั้นก็เดินไปบูธนู้นบูธนี้สักพัก ก็เตรียมใจ เข้าไปบุกดงแจ่มใสต่อ คนเยอะกว่าตอนแรกอีกอ่ะ เบียดเข้าไปเลือกหนังสือเองไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องให้พี่ที่บูธเค้าหยิบให้ เลยได้หนังสือไม่ดีเท่าที่ควรอ่า ที่สันมีรอยยับนิดหน่อย แต่ก็ไม่น่าเกลียดมาก ก็เลยขี้เกียจเปลี่ยน แบบที่บูธมันคนเยอะอ่ะนะ เราก็อยากจะออกไปเร็วๆ แต่ถ้าเราได้เลือกเองนะ ไม่มียับแน่นอน เสียเงินไปกับบูธนี้ 805 บาท ค่อนข้างผิดหวังกับที่คั่นหนังสืออ่ะ ให้น้อยมากเลย แถมลายใหม่ๆก็ไม่มี ไอ้ที่ให้มาเราก็มีเกือบหมดแล้ว แล้วก็เอาใบเสร็จไปรับของแถม ได้ที่รองเม้าส์ เราเลือกลายสาวใสตัวดีกับหนุ่มเกาหลีสุดฮอตมา พี่วิควาด งามอยู่แล้ว จบจากบูธแจ่มใสก็ไปเดินดูหนังสือเรียน จะเลือกซื้อหนังสือเตรียมสอบเข้า ม.4 เลือกได้มาห้าเล่ม แล้วก็ไปเดินดูบูธนู้นบูธนี้ต่อ จนสักสองสามโมงก็มากินข้าวแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โอ๊ย หนักมาก แบกหนังสือไหล่แทบทรุด วันนี้เป็นวันเลือกซื้อหนังสืออย่างแท้จริง ได้หนังสือมาเยอะมาก หมดไป 3500 ได้มั้ง

วันที่ 8 ต.ค. วันนี้ตั้งใจมาเพื่อล่าลายเซ็นต์นักเขียนโดยเฉพาะ วันนี้มีงานมีทของสถาพร มาถึงงานแปดโมงกว่าๆเกือบเก้าได้มั้ง ไม่ต้องตกใจว่าทำไมมาเช้า ต้องรีบมาเอาเสื้อ เราสมัครเดินขบวนพาเหรดบารามอสไป สาเหตุก็เพราะอยากได้เสื้อนั่นแหละ มาถึงเวลานี้ยังช้าไปด้วยซ้ำ เค้ามาตั้งขบวนกันแล้วอ่า พอได้เวลาก็เดินขบวนพาเหรด ขอบบอกว่าทรมานมาก เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะเค้าไม่ยอมให้ฝากกระเป๋าก่อนน่ะสิ ต้องแบกเดินขบวนพาเหรดไปด้วย แถมกระเป๋าเรายังเต็มไปด้วยหนังสือหลายเล่มอีก ก็กะจะเอามาให้นักเขียนเซ็นต์ไง แถมตอนเดินขวนนี้ยังต้องถือลูกโป่ง+ถือป้ายอีก (เราขอเค้าถือเองแหละ ได้ถือป้ายไอหมอก ขุนเขา เรามีรักน่ะ ส่วนป้ายบารามอส โดนคนจองไปหมดแล้ว) แล้วยังต้องแจกถือคั่นหนังสือด้วยในระหว่างเดินขบวน ในขบวนนี่ก็เดินไปทั่วโซนซีทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองเลย เมื่อยมากๆ เพราะกระเป๋าทีเดียว ถ้าให้ฝากก่อนก็ไม่เมื่อแล้ว พอเดินขบวนเสร็จก็เข้างานมีทปฏิบัติการล่าลายเซ็นต์นักเขียนจึงได้เริ่มขึ้น ได้เจอพี่ๆนักเขียนที่เราเคยอ่านผลงานของเค้ามากมายเลย เราก็ล่าลายเซ็นต์ได้เกือบครบทุกคนแหละ ใครที่เราพกหนังสือมาก็ให้เค้าเซ็นต์หนังสือ ใครที่เราไม่มีหนังสือก็เซ็นต์ในสมุด เล่นง่ายๆเลย ส่วนใหญ่ก็ปักหลักอยู่ในงานทั้งวันแหละ มีแวบออกไปบูธสีม่วงอ่อนเพื่อไปขอลายเซ็นต์พี่ winwin และก็แจ่มใสด้วย ไปขอลายเซ็นต์นักเขียน ได้ของพี่ไอซ์ พี่แอม พี่กี้ พี่ทรรศิกา แล้วก็เล่นเกมในงานมีทสถาพร ได้แฟ้มมาอันนึง ได้ป้ายบ่วงบัลลังก์ แต่ตอนหลังยกให้คนอื่นเพราะไม่มีปัญญาเอากลับ และก็ได้ป้ายบารามอสเล่ม 1 เป็นตัวการ์ตูนเฟรินที่อยู่หน้าเวทีน่ะ ตัวเบ้อเริ่มเลย แต่เรารู้ตัวว่าไม่มีปัญญาเอากลับแน่นอน ต้องแบกขึ้นรถไฟใต้ดิน+รถเมลล์สองต่อ+มอเตอร์ไซด์ แถมยังมีหนังสืออีก ขืนแบกกลับจริง เราคงตายอย่างเขียดแน่ๆ เลยขอพี่เค้าเปลี่ยนเป็นป้ายอันเล็กที่ตั้งโชว์อยู่ แต่เค้าไม่ให้อ่า เพราะมีคนจองแล้ว อดเลยอ่า เลยได้เรื่องลิขิตแห่งรักซึ่งกันและกันแทน ป้ายเล็กเหมือนกัน แบกกลับได้ แถมแก้วบารามอสฟรีอีกใบ คิดไปคิดมาเราว่าคุ้มนะ ถึงแม้เราจะมีแก้วครบทั้งสองลายแล้วก็เหอะ จนสักห้าโมงกว่าๆหน่อย เราก็กลับ สรุปวันนี้สนุกมาก ได้ซื้อหนังสือเพิ่มมานิดหน่อย ได้ลายเซ็นต์นักเขียนเพียบ คงนอนฝันหวานไปอีกนาน แล้วก็ได้ของที่ระบึกกลับมาอีกหลายอย่าง คุ้มมากๆ

วันที่ 15 ต.ค. วันนี้ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหรอกนะ แต่บังเอิญพี่มี่นัดรับเอาฟิคที่สยาม ก็เลยต้องออกจากบ้าน ไหนๆว่าออกจากบ้านแล้วก็เลยไปงานหนังสือซะหน่อย คราวนี้แวะไปไม่นาน ดูหนังสือนิดหน่อย ได้ดาร์เรนเล่ม 7 กลับบ้านมา เพิ่งออกวันหลังแล้วก็ไปขอลายเซ้นต์นักเขียนอีกแล้ว คราวนี้มีแต่แจ่มใส เค้าให้ไปที่ห้องวีไอพี1 สบายหน่อย ไม่ต้องไปเบียดคนที่บูธ ได้เจอพี่อโณทัย พี่ตารกา พี่นภชล พี่สิรินดา ได้ลายเซ็นต์มาทุกคน แถมมีของที่ระลึกให้อีก ดีใจๆ แล้วก็ยังได้ถ่ายรูปกับพี่สิรินดาด้วย กรี๊ดมากๆ กล้องของพี่เค้าอ่ะนะ แล้วพี่เค้าก็ส่งรูปนั้นมาให้เราทางเมลล์ทีหลังด้วย สรุปวันนี้เรื่องฟิคพี่มี่ เสียเที่ยวอ่ะ ออกไปก็ยังไม่ได้รับฟิค แต่เราว่าัก็ยังไม่เสียเที่ยวเสียทีเดียว ยังไงก็ได้เจอเจอนักเขียนที่+ถ่ายรูปกับพี่สิรินดา แค่นี้เราว่าก็คุ้มแล้ว ที่ยอมเสียเวลาออกจากบ้านไป

นี่คือประสบการณ์การไปงานหนังสือเดือนตุลาปีนี้ของเรา เด๋วขึ้นบลอคใหม่ละกัน จะอัพรายชื่อหนังสือที่ไปแบกมาจากงานหนังสือ ถ้าอัพต่อเลยมันยาวแน่ๆ เพราะไปแบกมาเยอะมาก

2005/Oct/17

วันนี้มาอัพบลอค จะเขียนถึงค่าย e-camp ที่เราได้ไปเข้ามา เมื่อวันที่ 10-13 ตุลาคม 48 ที่ผ่านมา เป็นค่ายค้างคืน 4 วัน 3 คืน

วันแรกที่ไปถึง เราไปถึงเช้ามาก ถึงเจ็ดโมงอ่ะ ทั้งที่เค้านัดลงทะเบียน 8-9 โมง ตอนเช้าพ่อไปส่ง และพี่เราก็เดินลงมาส่งถึงที่อนุสาวรีย์เกียร์ ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัว ไปถึงระหว่างรอเราก็หยิบนิยายที่เตรียมไปมานั่งอ่านรอ จนมีเพื่อนมาได้เยอะแล้วเราก็นั่งจับกลุ่มคุย ได้เพื่อนใหม่เยอะแยะเลย กิจกรรมวันแรกก็ไม่มีอะไรมาก ตอนเช้า กิจกรรมละลายพฤติกรรมก็ไม่มีอะไร นอกจากให้เล่นเกม พอตอนบ่ายหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ ก็ไปเรียนทฤษฏี เรื่องไฟฟ้า ฟังไปก็จะหลับมิหลับแหล่ เหอๆ ก็มันง่วงอ่า แล้วเรื่องที่เค้าอธิบายมันก็เคยเรียนมาแล้วด้วย พอตอนเย็นก็ให้ไปอาบน้ำ ห้องอาบน้ำไกลชะมัดเลยอ่ะ ต้องเดินไปตึกยานยนตร์ หรือตึกโต (เห็นพี่ๆเค้าเรียกกันแบบนี้) เนื่องจากเราได้อาบเป็นคนแรก จึงมีเวลาเหลือเยอะ ระหว่างรอเพื่อนๆคนอื่นอาบ ก็นั่งอ่านนิยายรอ แบกมา 2 เล่ม คือเรื่อง ลิขิตแห่งรักซึ่งกันและกัน กับ ทั้งหมดของหัวใจคือเธอ และเราก็ประจักษ์ว่า ไอ้นิยาย 2 เล่มนี้ เราคงจะอ่านจบก่อนกลับค่ายแน่นอน จึงได้โทรไปบอกพี่ให้หยิบมาให้อีกเล่มนึง คือเรื่องไอหมอก ขุนเขา เรามีรัก แล้วก็รอพรุ่งนี้พี่เราคงจะเอามาให้ พออาบน้ำกันหมดทุกคนก็ถึงเวลากิจกรรมสันทนาการ ก็ไม่ให้ทำอะไรมาก นอกจากเล่นเกม และถึงเวลานอน คืนแรก ให้นอนเร็วมาก สี่ทุ่มก็มาปิดไฟและ แต่ก็ยังเหลือดวงริมสุดไว้ เราเลยยังไม่นอน ไปนั่งตรงใต้ไฟเพื่ออ่านหนังสือต่อ และก้มีหลายคนทำแบบเราด้วย เหอๆ

วันที่สอง ตอนเช้านั่งฟังบรรยาย สอนเรื่องดิจิตอล ก็ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ที่เอามาสอนนี่รู้สึกความรู้ระดับมหาลัยของวิศวะเลยนะนั่น ตอนบ่ายก็ให้ต่อวงจรบน โฟรโต้บอร์ด อันนี้อ่ะยากโคตรๆ ให้ต่อวงจรที่เป็นของวิศวะไฟฟ้าปีสาม (แอบถามพี่ที่คุมค่ายมา) เป็นวงจรไฟกระพริบแบบนาฬิกา ต่อไปมึนหัวไป ยากฉิบหาย สายไฟนี่พันกันยุ่งเลย ตอนเย็นก็กิจกรรมสันทนาการเหมือนเดิม แล้วก็มีให้เล่นละครตามกลุ่มที่แบ่งมาแล้วในตอนแรกด้วย ให้แนวเรื่องกับคำบังคับมา ก็นั่งจับกลุ่มปรึกษากัน กว่าจะได้นอน ตีหนึ่งแน่ะ เหอๆ

วันที่สาม ตอนเช้าให้ไปชม Lab ของภาควิชาต่างๆ ได้ดู Lab ฟ้าผ่าด้วย ตอนบ่าย ให้บัดกรีค่ะ โอ้ จอร์จ วงจรแรกที่ให้ทำ วงจรโดเรมี ง่ายมาก แปปเดียวก็เสร็จ แต่ไอ้วงจรที่สองนี่สิ ยากโคตรๆ ยากพอกับต่อวงจรของวันที่สองเลย วงจรไฟกระพริบ เหมือนแบบวันที่สองอ่ะ ต่อไปมึนหัวไป ยากฉิบหายเลยอ่า กว่าจะเสร็จนี่แทบตาย ดึกเลยแหละ แถมไม่เวิร์คอีก แต่ช่างมัน ไม่มีปัญญาแก้แล้วค่ะ แค่ต่อเสร็จได้นี่ก็บุญท่วมหัวแล้ว ตอนบัดกรีนี่ก็โดนมือไปตั้งหลายรอบ แถมโดนผมอีกต่างหาก ไหม้เลย แล้วก็ให้ทำกิจกรรมสันทนาการต่อ ก็แจกสมุดให้ ที่ให้เพื่อนเซ็นต์แบบมิเรอบุ๊คส์อ่ะ สรุปเนื่องจากบัดกรีกันเพลิน ละครเลยไม่ได้เล่นกัน แล้วจะให้ตรูแหกตาปรึกษาหาพระแสงอะไรฟะถึงตีหนึ่ง แง่ง วันนี้กว่าจะได้นอนตีสองค่ะ เหอๆ

วันที่สี่ วันสุดท้าย เนื่องจากไม่มีกิจกรรมอะไรแล้ว พี่เค้าเลยให้ตื่นสายหน่อย กิจกรรมวันนี้ก็แค่สรุปและประเมินผลค่ายพร้อมรับประกาศนียบัตร ตอนเที่ยงก็ปล่อยให้กลับบ้านแล้ว

สรุปค่ายนี้ เราชอบมาก เป็นค่ายที่สนุกมาก ได้ความรู้ แถมได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆอีกเพียบเลย พี่ๆในค่ายก้น่ารักมาก เทคแคร์ คอนสอนดีมากๆ ยังรู้สึกอยากจะไปเข้าอีกครั้งจังเลย แถมค่ายนี้ฟรีอีกต่างหาก อาหารการกินก็ดี กับข้าวก็อร่อย โดยเฉพาะอาหารว่าง วันแรกเป็นของเบอเกอรี่อะไรสักอย่าง เห็นที่ใต้ศูนย์หนังสือจุฬามีขาย วันที่สองของมิสเตอร์โดนัท ตอนกลางวันเป็นแซนวิช ตอนกลางคืนเป็นพอนเดอริง วันที่สาม S&P กลางวันเป็นแซนวิช กลางคืนเป็นแยมโรล วันสุดท้ายเป็นขนมปังไส้กรอกของเดลิย่า ของดีๆทั้งนั้นเลย เหอๆ หนังสือที่เราแบกไปอ่าน รวมทั้งให้พี่เอาไปเพิ่มให้ เราก็อ่านจบตั้งแต่วันที่สาม วันที่สี่เลยไม่มีอะไรอ่าน แต่ก็มีเพื่อนในค่ายที่ชอบอ่านเอาหนังสือมาเหมือนกัน วันสุดท้ายเราเลยได้อ่านพระจันทร์นิรันดร แต่ก็อ่านไม่จบหรอกนะ เหอๆ เรื่องค่าย e-camp จบแล้ว เดี๋ยวคราวหน้าจะมาอัพสรุปเรื่องานหนังสือนะ